fbpx

ความห่วงใยมากไป อาจเป็นการก้าวก่ายชีวิตโดยไม่รู้ตัว

ความห่วงใยมากไป อาจเป็นการก้าวก่ายชีวิตโดยไม่รู้ตัว

ความห่วงใยมากไป อาจเป็นการก้าวก่ายชีวิตโดยไม่รู้ตัว
ความห่วงใยมากไป อาจเป็นการก้าวก่ายชีวิตโดยไม่รู้ตัว

ความหวังดีที่อีกฝ่ายไม่ต้องการ ก็เท่ากับส่วนเกิน หวังดีแล้วไม่ได้ดี หวังดีแต่เขาไม่เห็นค่า อุตส่าห์หวังดีทำไมถึงโกรธหวังดีก็หาว่าหนูแส่ไม่เข้าเรื่อง คำพูดน้อยใจหรือเสียใจประมาณนี้ เป็นสิ่งที่ผมพบได้บ่อยมาก ซึ่งสร้างความทุกข์ใจให้กับผู้ที่หวังดีไม่มากก็น้อย แต่เมื่อฟังรายละเอียด ของเหตุการณ์แล้วพบว่าความหวังดีที่เป็นส่วนเกินที่พบได้บ่อยนี้ สามารถแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ

1.หวังดีแต่ผลร้ า ยต้องบอกก่อนว่ากรณีนี้ไม่ได้ พูดถึงการ หวังดีประสงค์ ร้าย ซึ่งในกรณีนี้ จะหมายถึงการประสงค์ร้าย ตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่มาทำเหมือนดีด้วย แต่เป็นการทำด้วย ความหวังดีจริงๆ แต่ผลกลับออกมาไม่ดีตัวอย่างของความหวังดีแบบนี้ เช่น สามีต้องเอาเอกสารสำคัญไปทำงานพรุ่งนี้ ด้วยความกลัวลืมเอาไปมาก จึงเอากระเป๋าใส่เอกสาร ไปแขวนไว้ตรงหน้า ประตู จะได้ไม่ลืม ภรรยาเดินผ่านมาเห็น จึงหวังดี เอาไปเก็บในห้องให้เพื่อความเรียบร้อยผลคือสามีลืมเอาไป แน่นอนว่าความหวังดีที่ผลร้ายแบบนี้

มักทำให้อีกฝ่ายโกรธหรือไม่พอใจหากมาวิเคราะห์ ความหวังดีประเภทนี้จะพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้น มักประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ คือ คิดไม่รอบคอบ มักคิดเองเออเองว่าสิ่งที่ทำมันดี โดยไม่เข้าใจเหตุการณ์อย่างถ่องแท้เช่น ตัวอย่างกรณีแรกจะเห็นว่า หากคิดให้ดีๆ ควรจะสงสัยและคิดว่าทำไมสามีต้องเอากระเป๋าไปแขวนไว้ตรงหน้าประตูด้วย น่าจะมีเหตุผลบางอย่าง แต่พอไม่ทันคิด จึงกลายเป็นคิดเอาเองว่าการเอาไปเก็บในห้องให้เรียบร้อย เป็นสิ่งที่ดี จึงเกิดปัญหาขึ้นขาดการสื่อสารที่ดี ในทั้งสองกรณีที่ยกตัวอย่าง

ความห่วงใยมากไป อาจเป็นการก้าวก่ายชีวิตโดยไม่รู้ตัว
ความห่วงใยมากไป อาจเป็นการก้าวก่ายชีวิตโดยไม่รู้ตัว

จะเห็นว่าปัญหาจะไม่เกิดเลยหากเราถามอีกฝ่ายหนึ่งก่อนว่าที่ทำแบบนั้น มีเหตุผล อะไรรึเปล่า หรือก่อนจะเอาไปเก็บ ถามก่อนว่าอีกฝ่ายต้องการหรือไม่ ก็จะหลีกเลี่ยงผลเสียที่ตามมาได้แล้ว แนวทางแก้ไข จากที่วิเคราะห์ไป จะเห็นว่าความหวังดีแต่ผลร้าย นี้ สามารถแก้ได้ 2 แบบ คือ คิดให้รอบคอบก่อนหากไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ทำมันจะดีจริงก็ชะลอไว้ อย่าพึ่งทำและ สื่อสารกันให้ดีถามอีกฝ่ายหนึ่งก่อนว่า ต้องการความหวังดีของเราหรือ เท่านี้ก็น่าจะช่วยแก้ปัญหาได้แล้ว

2.หวังดีแต่น่ารำคาญ กรณีนี้อาจไม่ได้มีผลร้าย อะไรตามมา แต่ความไม่พอใจมักเกิดจากความเยอะ หรือมากเกินไปของความหวังดี ตัวอย่างที่เห็นได้บ่อย คือการถามหรือบ่นอะไรซ้ำๆ เช่น แม่เป็นห่วงลูกสาวมากเลยหวังดี โทรถามทุกเย็นว่าเลิกเรียนแล้วกลับบ้านรึยัง ซึ่งทำให้ลูกสาวหงุดหงิดและรำคาญ หรือฝ่ายหญิงพูดเตือนแฟนทุกครั้งที่เล่นเกมส์ เพราะหวังดี กลัวเสียสายตา จนอีกฝ่ายเบื่อ แนวทางแก้ไข กรณีนี้จะเห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์ แต่สิ่งที่แต่สร้างปัญหาคือความ มากเกินไป ของความหวังดี ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากความกังวลของคนที่หวังดีนี่แหละดังนั้นการแก้คือต้องรู้ตัวแล้วลดความเยอะหรือบ่อยลงไป และหาทางจัดการกับความกังวลของตัวเองให้ได้

ความห่วงใยมากไป อาจเป็นการก้าวก่ายชีวิตโดยไม่รู้ตัว
ความห่วงใยมากไป อาจเป็นการก้าวก่ายชีวิตโดยไม่รู้ตัว

3.หวังดีแต่ผิดเวลากรณีนี้คือตัวสิ่งที่ทำไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือดันผิดเวลา ผิดกาลเทศะ จึงทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดีเช่น รู้มาว่าเพื่อนพึ่งหย่ากับสามี พอเจอหน้าเพื่อนเลยรีบถามด้วยความเป็นห่วงว่า แกเป็นไงมั่ง เห็นว่าพึ่งหย่าเหรอ ต่อหน้าเพื่อนอีกเป็นสิบคน ซึ่งความจริงเพื่อนก็อยากระบายและปรึกษาอยู่ แต่ไม่ใช่ต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้ แนวทางแก้ไข ก่อนแสดงความหวังดี ควรมองรอบๆ ก่อนสักนิด ว่าจังหวะและเวลามันเหมาะสมจริงหรือไม่ ก่อนที่จะแสดงความหวังดีออกไป

ความห่วงใยมากไป อาจเป็นการก้าวก่ายชีวิตโดยไม่รู้ตัว
ความห่วงใยมากไป อาจเป็นการก้าวก่ายชีวิตโดยไม่รู้ตัว

4.หวังดีแต่เป็นคนที่ไม่ใช่กรณีนี้พูดง่ายๆ เลยคือ คนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด แม้ผลจะดียังไง อีกฝ่ายก็ไม่ชอบอยู่ดี บางครั้งอาจเกิดจากระดับความสัมพันธ์ ที่ไม่ได้สนิทสนมมากเพียงพอ แนวทางแก้ไข กรณีนี้ก่อนแสดงความหวังดี ควรพิจารณาก่อนว่าความสัมพันธ์ของเรา กับอีกฝ่ายเป็นอย่างไร เราเป็นคนที่อีกฝ่าย อยากได้รับความหวังดีหรือไม่ หากในกรณีที่ทำไปแล้ว อีกฝ่ายไม่สนใจในความหวังดี ก็คงต้องทำใจและเลิกทำไป หรือหากยังอยากพยายามทำต่อไป ซึ่งมักเกิดขึ้น ในกรณีการตามจีบ ก็ต้องทำใจยอมรับไว้ก่อนเลยว่าอีกฝ่ายอาจไม่โอเคด้วย ดังนั้นแล้ว หากให้สรุปง่ายๆ ก็คือ ต้องตระหนักไว้เสมอว่า

ความห่วงใยมากไป อาจเป็นการก้าวก่ายชีวิตโดยไม่รู้ตัว
ความห่วงใยมากไป อาจเป็นการก้าวก่ายชีวิตโดยไม่รู้ตัว

ความหวังดีไม่ได้แปลว่ามันจะดีทุกครั้ง ความหวังดีนั้นต้อง ถูกเรื่อง ถูกเวลา ถูกคนและไม่มากเกินไป จึงจะเป็นความหวังดีที่ดีจริงๆ เรื่องของความหวังดีอย่าหวังดีหัวปักหัวปำ บางครั้งการห่วงใย กลายเป็นก้าวก่าย ไม่รู้ตัว และความหวังดีที่มาผิด ที่ผิดเวลา อาจเรียกได้ว่าเผือก เพราะว่าหวังดีของเราอาจไม่ได้ แสดงในทางดี และหวังดีของเราอาจไม่ทำให้คนพอใจเสมอไปหวังดีไม่ใช่การยืนมองอยู่ในจุดเรา แบบแผนเรา หวังดีไม่ใช่จัดไป จัดให้ตามใจเพื่อให้รู้ว่ารัก หวังดีไม่ใช่การฝืน ขืนใจ หวังดีไม่ใช่การเก็บไว้ในใจเสมอให้คนเดาเอาเอง หวังดีมีความแตกต่างกันไป อย่างน้อยควรแสดงออกให้รู้ว่าหวังดี ท้วงติง ตริตรองไม่ให้เกิดการเหลิงลมบนที่สำคัญ หวังดี คือ อิสระ ไม่ต้องการควบคุม

ขอขอบคุณข้อมูล MY อ่านเพิ่มเติมดูข่าวต้นฉบับ https://yakrookaset.com

deedayfashion

จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นสำเร็จรูปปลีก-ส่ง ขายส่งเสื้อผ้าแฟชั่นทุกชนิด เสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี เสื้อผ้าแฟชั่นประตูน้ำ แพลตทินั้ม โบเบ้ สินค้าแฟชั่นอัพเดททุกวัน สินค้ามีให้เลือกมากมายอาทิเช่น เสื้อผ้าแฟชั่น กระโปรงแฟชั่น กางเกงแฟชั่น รวมถึงแฟชั่นคนทำงานก็มีให้ท่านเลือกอย่างจุใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.