fbpx

ถึงจะเหนื่อยจะท้อ ก็ต้องทน เพราะเวลาเราจน ไม่มีใครมองเห็น

ถึงจะเหนื่อยจะท้อ ก็ต้องทน เพราะเวลาเราจน ไม่มีใครมองเห็น

ถึงจะเหนื่อยจะท้อ
ถึงจะเหนื่อยจะท้อ ก็ต้องทน เพราะเวลาเราจน ไม่มีใครมองเห็น

กล่าวกันว่า “หญ้าแม้เป็นพืชต้นเล็กๆ แต่เพราะมีความทนทรหดจึงสามา รถแพร่พันธุ์ไปได้ทั่วโลกฉันใด คนเราแม้กำลังทรัพย์ กำลังความรู้ความสามา รถจะยังน้อย แต่ถ้ามีความอดทนแล้ว ย่อมสามารถฝึกฝนตนเองให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตได้ฉันนั้น”

ความอดทน มาจากคำว่า ขันติ หมายถึง การรักษาปกติภาวะของตนไว้ได้ไม่ว่าจะถูกกระทบกระทั่งด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนาหรือไม่พึงปรารถนาก็ตามมีความมั่นคงหนักแน่นเหมือนแผ่นดิน ซึ่งไม่หวั่นไหวไม่ว่าจะมีคนเทอะไรลงไป ของเสีย ของหอม ของ สกปรก หรือของดีงามก็ตามงานทุกชิ้นในโลกไม่ว่าจะเป็นงานเล็กงานใหญ่ที่สำเร็จขึ้นมาได้นอกจากจะอาศัยปัญญาเป็นตัวนำแล้วล้วนต้องอาศัยคุณธรรมอันหนึ่งเป็นพื้นฐานจึงสำเร็จได้ คุณธรรมอันนั้นคือ

ขันติ ถ้าขาดขันติเสียแล้ว จะไม่มีงานชิ้นใดสำเร็จได้เลยเพราะขันติเป็นคุณธรรมสำหรับทั้งต่อต้านความท้อถอยหดหู่ขับเคลื่อนเร่งเร้าให้เกิดความขยัน และทำให้เห็นอุปสรรคต่างๆเป็นเครื่องท้าทายความสามา รถ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า ความสำเร็จของงานทุกชิ้นทั้งทางโลกและทางธรรม คืออนุสาวรีย์ของขันติทั้งสิ้น โดยเหตุนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “ยกเว้นปัญญาแล้วเราสรรเสริญว่าขันติเป็นคุณธรรมอย่างยิ่ง” ลักษณะความอดทนที่ถูกต้อง

ถึงจะเหนื่อยจะท้อ
ถึงจะเหนื่อยจะท้อ ก็ต้องทน เพราะเวลาเราจน ไม่มีใครมองเห็น

1.มีความอดกลั้น คือ เมื่อถูกคนพาลด่า ก็ทำราวกับว่าไม่ได้ยินทำหูเหมือนหูกระทะ เมื่อเห็นอาการยั่วยุ ก็ทำราวกับว่าไม่ได้เห็นทำตาเหมือนตาไม้ไผ่ ไม่สนใจใยดี ไม่ปล่อยใจให้เศร้าหมองไปด้วยใส่ใจ สนใจ แต่ในเรื่องที่จะทำความเจริญให้แก่ตนเอง

2.เป็นผู้ไม่ดุร้าย คือ สามา รถข่มความโกรธไว้ได้ ไม่โกรธไม่ทำร้ายทำอันตราย ด้วยอำนาจแห่งความโกรธนั้นผู้ที่โกรธง่ายแสดงว่ายังขาดความอดทน

3.ไม่ปลูกน้ำตาให้แก่ใครๆ คือ ไม่ก่อ ทุกข์ให้แก่ผู้อื่นไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือเจ็บแค้นใจจนน้ำตาไหล ด้วยอำนาจความเกรี้ยวกราด ของเรา

4.มีใจเบิกบานแจ่มใสอยู่เป็นนิตย์ คือ มีปีติอิ่มเอิบใจเสมอๆ ไม่พยาบาทไม่โทษฟ้าโทษฝนโทษเทวดาโทษโชคชะตา หรือโทษใครๆ ทั้งนั้นพยายามอดทนทำการงานทุกอย่างด้วยใจเบิกบาน ลักษณะความอดทนนั้น โบราณท่านสอนลูกหลานไว้ย่อๆ ว่า“ปิดหูซ้ายขวา ปิดตาสองข้าง ปิดปากเสียบ้าง นอนนั่งสบาย

“พวกที่จน ก็ทนจนต่อไป ไม่ขวนขวายทำมาหากิน จัดเป็นพวก ด้านชา”

“พวกที่โง่ ก็ทนโง่ไป ใครสอนให้ก็ไม่เอา จัดเป็นพวก ดื้อด้าน”

“พวกที่ชั่ว แล้วก็ชั่วอีก ใครห้ามก็ไม่ฟัง จัดเป็นพวก ดื้อดึง”

ถึงจะเหนื่อยจะท้อ
ถึงจะเหนื่อยจะท้อ ก็ต้องทน เพราะเวลาเราจน ไม่มีใครมองเห็น

ลักษณที่ะสำคัญยิ่งของขันติ คือ ตลอดเวลาที่อดทนอยู่นั้น จะต้องมีใจผ่องใส ไม่เศร้าหมอง เราสรุปลักษณะของขันติโดยย่อ ได้ดังนี้

1.อดทนถอนตัวหรือหลีกเลี่ยงจากความชั่วให้ได้

2.อดทนทำความดีต่อไป

3.อดทนรักษาใจไว้ไม่ให้เศร้าหมอง

ความอดทนแบ่งตามเหตุที่มากระทบได้เป็น 4 ประเภท คือ

1.อดทนต่อความลำบากตรากตรำ เป็นการอดทนต่อสภาพธรรมชาติดินฟ้าอากาศ ความหนาว ความร้อน ฝนตก แดด ออก ฯลฯ ก็อดทนทำงานเรื่อยไปไม่ใช่ เอาแต่โทษเทวดาฟ้าดิน หรืออ้างเหตุเหล่านี้แล้วไม่ทำงาน

2.อดทนต่อทุกขเวทนา เป็นการอดทนต่อการเจ็บไข้ได้ป่วยความไม่สบายกายของเราเอง ความปวด ความเมื่อย ผู้ที่ขาดความอดทนประเภทนี้เวลาเจ็บป่วย จะร้องครวญคราง พร่ำเพ้อรำพัน หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่ายผู้รักษาพยาบาลทำอะไรไม่ทันใจหรือไม่ถูกใจ ก็โกรธง่าย พวกนี้จึงต้องป่วยเป็น ๒ เท่า

3.อดทนต่อความเจ็บใจ เป็นการอดทนต่อความโกรธ ความไม่พอใจความขัดใจ อันเกิดจากคำพูดที่ไม่ชอบใจ กิริยามารยาทที่ไม่งามการบีบคั้นทั้งจากผู้บังคับบัญชาและลูกน้อง ความอยุติธรรมต่างๆในสังคม ระบบงานต่างๆ ที่ไม่คล่องตัว ฯลฯ

4.อดทนต่ออำนาจกิเลส เป็นการอดทนต่ออารมณ์อันน่าใคร่น่าเพลิดเพลินใจอดทนต่อสิ่งที่เราอยากทำ แต่ไม่สมควรทำ การอดทนข้อนี้ทำได้ยากที่สุดโบราณเปรียบไว้ว่า “เขาด่าแล้วไม่โกรธ ว่ายากแล้ว เขาชมแล้วไม่ยิ้ม ยากยิ่งกว่า”

ถึงจะเหนื่อยจะท้อ
ถึงจะเหนื่อยจะท้อ ก็ต้องทน เพราะเวลาเราจน ไม่มีใครมองเห็น

วิธีฝึกให้มีความอดทน

1.ต้องคำนึงถึงหิริโอตตัปปะให้มากเมื่อมีความละอายและเกรงกลัวต่อบาปอย่างเต็มที่ ความอดทนย่อมจะเกิดขึ้น

2.ต้องรู้จักเชิด อารมณ์ที่มากระทบนั้นให้สูงขึ้น นึกเสียว่า ที่เขาทำแก่เราอย่างนั้นนะดีแล้วเช่น เขาด่า ก็นึกเสียว่าดีกว่าเขาตี ถ้าเปรียบกับการชกมวย การสู้แบบนี้ก็คือการหลบหมัดของคู่ต่อสู้โดยวิธีหมอบลงต่ำให้หมัดเขาคร่อมหัวเราไปเสีย เราไม่เจ็บตัว

3.ต้องฝึกสมาธิมากๆ เพราะทั้งขันติและสมาธิเป็นคุณธรรมที่เกื้อหนุนกันขันติจะหนักแน่นก็ต้องมีสมาธิมา รองรับ สมาธิจะก้าวหน้าก็ต้องมีขันติเป็นพื้นฐานขันติอุปมาเหมือนมือซ้าย สมาธิอุปมาเหมือนมือขวาจะล้างมือ มือทั้งสองข้างจะต้องช่วยกันล้าง จึงจะสะอาดดี

อานิสงส์การมีความอดทน

1.ทำให้กุศลธรรมทุกชนิดเจริญขึ้นได้

2.ทำให้เป็นคนมีเสน่ห์ เป็นที่รักของคนทั้งหลาย

3.ทำให้ตัดรากเหง้าแห่งความชั่วทั้งหลายได้

4.ทำให้อยู่เย็นเป็นสุข ทุกอิริยาบท

5.ชื่อว่าได้เครื่องประดับอันประเสริฐของนักปราชญ์

6.ทำให้ศีลและสมาธิตั้งมั่น

7.ทำให้ได้พรหมวิหารโดยง่าย

8.ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานโดยง่าย

ถึงจะเหนื่อยจะท้อ
ถึงจะเหนื่อยจะท้อ ก็ต้องทน เพราะเวลาเราจน ไม่มีใครมองเห็น

“บุคคลอดทนต่อคำของผู้สูงกว่าได้ เพราะความ กลัว อดทนถ้อยคำของผู้เสมอกันได้เพราะเหตุแห่งความแข่งดี ส่วนผู้ใดในโลกนี้ อดทนต่อคำของคนเลว กว่าได้สัตบุรุษทั้งหลายกล่าวว่า ความอดทนนั้นสูงสุด”

ขอบคุณแหล่งที่มา loklilub

deedayfashion

จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นสำเร็จรูปปลีก-ส่ง ขายส่งเสื้อผ้าแฟชั่นทุกชนิด เสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี เสื้อผ้าแฟชั่นประตูน้ำ แพลตทินั้ม โบเบ้ สินค้าแฟชั่นอัพเดททุกวัน สินค้ามีให้เลือกมากมายอาทิเช่น เสื้อผ้าแฟชั่น กระโปรงแฟชั่น กางเกงแฟชั่น รวมถึงแฟชั่นคนทำงานก็มีให้ท่านเลือกอย่างจุใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.